24 มกราคม 2562 ฝุ่นเจือจาง กทม.-ปริมณฑล "บิ๊กเต่า" เร่งล้อมคอก 4 มาตรการแก้ปัญหา

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1478108

หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งในเรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยห้ามไม่ให้มีการติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีมลพิษสูง แต่ก็ยังมีบรรดาคนขับรถของรัฐมนตรีหลายคน ที่มาจอดรถรอนายประชุม ครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ยังสตาร์ตเครื่องและเปิดแอร์ทิ้งไว้เพื่อรอนายที่บริเวณลานจอดรถข้างห้องปฏิบัติการสื่อ ทำเนียบรัฐบาล จนต้องมีการให้เจ้าหน้าที่เดินไปเคาะประตูรถให้คนขับรถดับเครื่องนั้น ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ทำเนียบรัฐบาล สั่งกำชับให้รถยนต์ที่เข้ามาจอดในทำเนียบ ต้องดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ออกตรวจรถยนต์ที่จอดทุกคัน โดยยืนบนรถไฟฟ้า 2 ล้อ (เซกเวย์) ติดป้ายกระดาษข้อความ “จอดรถกรุณาดับเครื่องยนต์” วิ่งตรวจทั่วบริเวณทำเนียบ ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อครั้งตลอดทั้งวัน มาตรการดังกล่าวจะทำอย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่ช่วงที่มีมลพิษทางอากาศ หากพบรถติดเครื่องทิ้งไว้จะแจ้งและตักเตือนทันที และจะนำป้ายข้อความ “ขอความร่วมมือดับเครื่องยนต์” ติดไว้ตามแผงเหล็กในจุดบริเวณที่จอดรถโดยเฉพาะบริเวณรอบตึกบัญชาการ 1-2 นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ประจำประตูเข้า-ออกทำเนียบ ทุกประตูสอดส่องรถที่มีควันดำ เพื่อจะได้ตักเตือนให้ไปปรับปรุงเครื่องยนต์ ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้าวันที่ 23 ม.ค. อากาศลอยตัวได้ดีขึ้น ลมพัดแรงส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณฝุ่นลดลงทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 37-69 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 14 พื้นที่ โดยพื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 9 สถานี พื้นที่ทั่วไปเกินค่ามาตรฐาน 5 สถานี พื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กทม., ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม, ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน,ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร คาดการณ์ในวันที่ 24 ม.ค. จากการพยากรณ์ และแบบจำลองของกรมอุตุนิยมวิทยาการลอยตัวของอากาศจะดีขึ้น ลมพัดแรงขึ้น อาจทำให้ฝุ่นละอองมีโอกาสเจือจางลงได้ รมว.ทรัพยากรฯ แถลงข่าวการแก้ปัญหาฝุ่นพิษว่า กระทรวงและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไข แบ่งเป็น 4 ระดับและจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ ระดับที่ 1 หากมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะมีการตรวจจับควันดำ 20 จุดรอบกรุงเทพฯ ตรวจวัดควันดำเคลื่อนที่เร็ว 5 ชุด จัดชุดตรวจการณ์ 16 ชุด ตรวจรถ ขสมก. เร่งคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ฉีดพ่นน้ำแรงดันสูง เพิ่มความถี่การกวาดล้างทำความสะอาดถนน งดเผาในพื้นที่ 5 จังหวัด ระดับที่ 2 หากปริมาณฝุ่นเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 3 วัน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ให้หน่วยงานสาธารณสุขยกเป็นระดับสถานการณ์รุนแรง เช่น ลดจำนวนยานพาหนะ ปรับเปลี่ยน และแก้ไขแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับ 1-2 หน่วยงานรัฐได้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อลดปริมาณฝุ่นแล้ว แต่ค่าฝุ่นยังขึ้นและลงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หากสถานการณ์ฝุ่นวิกฤติไประดับที่ 3 คือ มีค่าฝุ่นเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 3 วัน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ให้ผู้ว่าฯ กทม.และพื้นที่ปริมณฑลใช้อำนาจประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญและมีอำนาจ ยุติกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษได้ทันที ทั้งนี้จะใช้อำนาจเฉพาะพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินเท่านั้น ระดับที่ 4 ดำเนินการทั้ง 3 ระดับค่าฝุ่นยังเกิน 90 มคก./ลบ.ม. มีการเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณามาตรการแก้ปัญหาเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ สั่งการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ร่วมกันกระทำการใดๆเพื่อระงับหรือลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5